ถ้ารู้สึกว่าทำไมเวลาเราอยู่ในเมืองถึงรู้สึกร้อนกว่าชานเมือง คุณไม่ได้คิดไปเองนะ มันเกิดจากภาวะ “เกาะความร้อนในเมือง” หรือ Urban Heat Island ครับ
ในเมืองเต็มไปด้วยอาคารตึกสูงมากมาย พอแสงแดดส่องมาก็มาเจอกับวัสดุก่อสร้างอย่างคอนกรีตที่ดูดซับความร้อนได้ดีมาก เก็บความร้อนไปก็ทยอยคายความร้อนออกมา คนเองก็มีส่วนปล่อยความร้อนจากยานพาหนะและเครื่องปรับอากาศ ยิ่งเมื่อรวมกับที่มีต้นไม้และพื้นที่สีเขียวน้อยลงเรื่อยๆ แล้ว..

เราก็อยู่ในโดมแห่งความร้อนดีๆ นี่เองครับ เดินไปไหนก็มีไอความร้อนอยู่รอบตัว
ปัญหาเรื่องความร้อนก็เลยเป็นปัญหาที่ใหญ่ระดับเมือง แบบที่เราไม่สามารถแก้มันได้ด้วยตัวคนเดียว สิ่งที่เราทำได้ก็คือการติดแอร์ในบ้านเพื่อหนีร้อนมาพึ่งเย็น
แต่การติดแอร์ยังไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาต้นทาง เพราะตัวบ้านเองก็ทำจากคอนกรีต เจอแดดจัดๆ ก็สะสมความร้อน ยิ่งเปิดแอร์สู้ก็ยิ่งเปลืองพลังงาน ยิ่งเพิ่มความร้อน วิธีที่จะช่วยได้นั่นก็คือการทำให้บ้านเย็นลงซะก่อนนั่นเองครับ
ผมว่าหลายคนก็คงเคยได้ยินเรื่องสีทากันร้อน สีช่วยลดอุณหภูมิบ้านมานาน และก็คงเคยสงสัยว่าที่เค้าพูดกันเนี่ยแค่คำโฆษณารึเปล่า มันช่วยได้จริงหรอ ผมก็คิดเหมือนกันจนกระทั่งได้เห็นคนขายเค้าทำวิจัยจริงๆ นั่นแหละ
ก่อนที่ Beger จะออกมาโฆษณาแบบที่ผมเอามาให้ดูวันนี้ เค้าสร้างบ้านขึ้นจริงๆ เลยครับ ไม่ใช่การทำวิจัยในห้องแลป ถ้าดูจากรูปคือให้บ้านรับแดดเต็มที่กันจริงๆ แล้วก็ทาสีเทียบกันไปเลยว่าผลมันจะเป็นยังไง ทำมาตั้งแต่ปี 2008 หรือ 18 ปีเข้าไปแล้ว

ผลลัพธ์ที่ได้จากการวัดผลต่อเนื่องเป็น 18 ปี เพื่อพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ออกมาเป็นสี BegerCool เป็นที่รู้จักของคนทั่วไป และก็มีหลายโครงการที่นำไปใช้กับบ้านก่อนส่งมอบจริงครับ ด้วยนวัตกรรม AeroTech แบบเดียวกับที่ NASA ใช้ในยานสำรวจ ทนทานต่อรังสี UVA, UVB, UVC ครบเลย ที่ช่วยให้บ้านเย็น ได้รับทั้งรางวัลการันตี อย่าง “รางวัลเกียรติยศนวัตกรรมแห่งชาติ” ซึ่งเป็นรางวัลสูงสุดเพียงรางวัลเดียวจากเวทีนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) ในโอกาสครบรอบ 20 ปี เมื่อปี 2567

ผลทดสอบเปรียบเทียบปรากฏว่า บ้านที่ทาด้วยสี Beger มีอุณหภูมิต่ำกว่าสีทาบ้านทั่วไปได้ถึงกว่า 6 องศาเซลเซียสครับ อุณหภูมิที่ลดลงนี้ก็ทำให้แอร์ทำงานน้อยลง ก็ช่วยลดความร้อนที่จะปล่อยจากคอยล์ร้อนได้ และสิ่งที่ตามมาอีกอย่างก็ช่วยประหยัดค่าไฟในกระเป๋าเราครับ
อันนี้เค้าตอบด้วยการติดมิเตอร์วัดค่าไฟไปกับบ้านด้วย ซึ่งช่วยประหยัดได้สูงสุดถึง 33% เป็นการทำวิจัยร่วมกับหน่วยงานภายนอกทั้ง KMITL, ม.ศิลปากร และ ม.มหิดล
มาถึงตรงนี้แล้วถ้าใครคิดว่าการลดความร้อนบ้านมันจะจับต้องได้มากแค่ไหน ก็ดูจากบิลค่าไฟที่ลดลงน่าจะเห็นภาพได้มากกว่าเดิม

ผมก็ยอมรับเหมือนกันครับว่าถ้านี่คือความ Nerd ของคนขายของ ที่ต้องทำวิจัยจริง เห็นผลจริง ถึงจะเอามาโฆษณา ผมว่าผมก็ยอมรับได้เหมือนกัน ช่วยทั้งประหยัดค่าไฟได้สูงสุด 32% ต่อปี* ทำให้บ้านเย็นลง 2-6 องศาเซลเซียส* เป็นสีคาร์บอนต่อ และยังคุ้มค่าด้วยความทนทานยาวนานกว่า 15 ปี*

ถ้าใครยังสงสัยว่าสีทาบ้านช่วยลดอุณหภูมิได้จริงไหม ผมว่าวันนี้ BegerCool มีคำตอบให้แล้วครับ







