“THE MUVE Bangwa” คอนโดใกล้ ม.สยาม ไม่ถึง 3 นาที เดินทางง่ายด้วย BTS และ MRT บางหว้า เริ่ม 1.89 ล้าน*

THE MUVE Bangwa คอนโดใกล้ ม.สยาม

มาดูคอนโดใหม่ติดรั้ว ม.สยาม ไม่ถึง 3 นาทีถึงอินเตอร์เชนจ์บางหว้า กับ “THE MUVE Bangwa” พร้อมเข้าอยู่แล้ววันนี้ เริ่มที่ 1.89 ล้าน เท่านั้นครับ

ไม่ว่าปีนี้คอนโดแบรนด์ไหนชะลอ แต่แสนสิริไม่รอกับเขานะ ผมรู้สึกแฮปปี้ที่ได้เห็นเค้าทำตลาดคอนโด Mass Segment เพิ่มขึ้น คนที่ซื้ออยู่เองแบบที่ไม่ใช่นักลงทุนก็มีตัวเลือกที่อยู่อาศัยที่ Practical จับต้องได้ แล้วก็มีดีไซน์ที่น่ารักเฉพาะตัว สำคัญที่สุดคือ อยู่ในทำเลที่ดีด้วย สิ่งเหล่านี้เป็นองค์ประกอบที่ทำให้ “THE MUVE บางหว้า” พร้อมเปิดผ้าให้ชมวันนี้แล้วครับ ผมสรุปให้ฟัง 5 ข้อ

​1. ทำเลดีงาม เหมาะที่สุดสำหรับคนใช้รถไฟฟ้า

  • สำหรับผมแล้ว “บางหว้า” เป็นชัยภูมิที่ยอดเยี่ยมสำหรับคนฝั่งธนฯ ที่อาศัยรถไฟฟ้าในการเดินทาง เพราะเป็น Interchange ของ 2 สายสำคัญที่เป็นดั่งเส้นเลือดแดงของระบบ นั่นก็คือ สายสีเขียว และสายสีน้ำเงิน เรียกว่าวันสบายๆ อยากไปสัมผัสความคลาสสิคแบบเยาวราช อัพเดทเทรนด์ใหม่ใจกลางสยาม ตามไปดูเซ็นทรัลพาร์คที่สีลม หรือชมอะไรใหม่ๆ ถึงศูนย์สิริกิติ์ ไม่มีอะไรต้องเปลี่ยนขบวนเลย เป็นรถไฟฟ้า 2 เส้นที่ครอบคลุมหมุดสำคัญของกรุงเทพมากมายครับ และโครงการนี้อยู่ในระยะ 650 ม. ถึงสถานี มีรถรับส่งให้ด้วย
  • ตัวโครงการอยู่ในซอยเพชรเกษม 38 เดินไป ม.สยามง่าย เพราะอยู่ข้างๆ กัน ก็เป็นตัวเลือกที่ดีนะสำหรับน้องๆ หรือบุคลากรที่ทำงานในมหาวิทยาลัย ถนนเส้นนี้ยังมีโรงพยาบาลดีๆ อย่าง รพ.พญาไท 3 ผมเคยไปใช้บริการแล้วใช้ได้เลย มีห้างใหญ่อย่างซีคอนบางแค เดอะมอลล์บางแค มีตลาดทั้งตลาดต้นไม้ชายคา และเสนีย์ฟู้ดมาร์เก็ต ถ้าไม่อยากเข้าเมืองขึ้นรถไฟฟ้าอยู่แค่แถวนี้แหละ พอแล้ว

​2. คอนโด Low Rise Low Density คนน้อยไม่วุ่นวาย

  • ​ปกติแบรนด์ THE MUVE เนี่ย จะเป็นคอนโดตึกเตี้ยทั้งหมด และยูนิตไม่มาก ทำมาเพื่อที่ดินแปลงเล็กๆ ประมาณ 1 ไร่ ก็จะอยู่ราวๆ 2xx ยูนิต ยกเว้นบางที่แปลงใหญ่ก็จะมากหน่อย แต่ที่นี่ก็เรียกว่าจำนวนยูนิตน้อยที่สุดที่แบรนด์ THE MUVE ทำมาแล้วครับคือมีอยู่ 226 ยูนิตเท่านั้น ส่วนตัวผม ผมชอบคอนโดที่คนไม่เยอะ ผมไม่ค่อยอยากวุ่นวายกะใคร
  • การที่ยูนิตน้อยก็เท่ากับว่ามีคนช่วยกันจ่ายค่าส่วนกลางน้อย เพราะงั้นการบ้านก็อยู่ที่คนออกแบบว่าต้องออกแบบส่วนกลางให้พอดี ไม่มากไปจนเป็นภาระคนอยู่ และไม่น้อยไปจนไม่น่าอยู่ ซึ่งผมว่าที่นี่มีทางเลือกที่ดี ด้วยการลด Facilities อย่างสระว่ายน้ำซึ่งกินค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาสูงเป็นอันดับต้นๆ ออกไป และเน้นสวนเข้ามาทดแทน

​3. สิ่งอำนวยความสะดวกที่เชื่อมโยงกันเป็น Space ต่อเนื่องขนาดใหญ่

  • ​จากการออกแบบให้ที่นี่มีความน่าสนใจโดยไม่เป็นภาระค่าส่วนกลาง เค้าเลยเน้นเรื่องสวนสีเขียวเข้ามาเป็นพื้นที่ส่วนใหญ่ และทำออกมาได้ดีมากๆ อย่างบริเวณชั้นล่างมีสวนให้เดินเล่นพักผ่อนตลอดแนว สามารถเดินเชื่อมต่อขึ้นมายังชั้น 2 เป็นพื้นที่สวนต่อเนื่องกันอีก การจัดวางที่นั่งพักผ่อนมีทั้งแบบส่วนตัว มีแบบมานั่งเป็นแก๊งได้ เป็นแบบ Outdoor Workspace ก็ได้แล้วก็เดินเข้าไปสู่โซน Facilities หลักภายในอาคารได้เลย เชื่อมโยงหากันทั้งหมด
  • พื้นที่ชั้น 2 มีทั้ง Fitness, Co-working Area ซึ่งประกอบด้วยส่วนทำงานหลากหลาย จะนั่งแบบเป็นส่วนตัว ทำงานกลุ่ม หรือประชุมพร้อมจอและ Magnetic Board ก็มีจัดวางไว้ให้ใช้ แน่นอนว่าเวลานั่งทำงานแบบนี้มันใช้สมองเยอะ ก็ต้องมีเติมของกันบ้าง โซนนี้ก็เลยมี Vending Machine ให้ด้วยทั้งน้องเต่าบิน และตู้ขนมนมเนย ถือว่าทำถูกต้อง 😄
  • พื้นที่ Rooftop อันนี้ก็ยังเป็นสวนมาให้อีกจุดนึงซึ่งเต็มชั้นชั้นเลย เป็นที่สำหรับพักผ่อนหย่อนใจ เก็บผักสวนครัวจาก Siri Backyard รวมไปถึงที่ออกกำลังกาย ทั้ง Jogging Track และ Stretching ท่ามกลางอากาศสบายๆ ยามเย็น

4. รูปแบบห้องพอดีกับการเริ่มต้นใช้ชีวิต ทั้ง Solo และ Couple

ห้องที่นี่ มี 2 Type ที่เค้าคิดมาให้พร้อมสำหรับการเริ่มมาอยู่คอนโดเป็นครั้งแรก

  • แบบ 1 ห้องนอน ขนาด 24 – 33.75 ตร.ม. สำหรับห้องเริ่มต้นก็จะเป็นลักษณะที่เค้ากั้นแยกครัวไว้ให้อยู่บริเวณทางเข้า ส่วนพื้นที่ด้านในก็จะเป็น Living Area ร่วมกับส่วนเตียงนอน ทำแบบนี้ก็ได้พื้นที่ใช้ชีวิตกว้างขึ้น อยู่คนเดียวสบาย
  • แบบ 1 ห้องนอนพลัส ขนาด 34.75 – 39.25 ตร.ม. ห้องแบบนี้จะได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น มีการกั้นห้องนอนด้วยผนังทึบ และมีห้องอเนกประสงค์ให้ใช้งาน โดยส่วนของ Living Area กับ ครัว จะเป็นพื้นที่เปิดรวมกันแบบ Open Plan ห้องแบบนี้แชร์กันอยู่กับเพื่อนได้ หรือถ้าอยู่คนเดียวเอาห้องอเนกประสงค์ไว้เป็นห้องทำงานที่พร้อมเล่นเกมได้ด้วยก็น่าสนใจ

​5. สร้างเสร็จก่อนขาย ดูห้องจริงได้ก่อนตัดสินใจ ให้เฟอร์นิเจอร์ครบชุด

  • ​คอนโด THE MUVE บางหว้า เป็นอีกหนึ่งโครงการที่เค้าสร้างเสร็จก่อน เพิ่งเปิดขายช่วงนี้ครับ ก็เป็นเทรนด์ในการซื้อคอนโดช่วงหลังเหมือนกันที่หลายคนก็อยากเห็นของจริงก่อน แล้วก็ไม่ต้องผ่อนดาวน์ล่วงหน้า ผมคิดว่าการได้มาดู มาเห็นของจริงนั้นช่วยเรื่องการตัดสินใจมาก อย่างที่บอกสำหรับคนที่ซื้อคอนโดเป็นครั้งแรกผมก็สนับสนุนให้รอบคอบ เลือกแบรนด์ที่เป็นที่รู้จัก น่าเชื่อถือ ก็ช่วยลดความเสี่ยงไปได้เยอะแล้วครับ
  • ที่นี่ขายแบบให้เฟอร์นิเจอร์ครบชุด ซึ่งก็แตกต่างกันไปตามรูปแบบห้องนะ ไม่ว่าจะเป็นชุดครัว โซฟา ตู้วางทีวี โต๊ะกินข้าวพร้อมเก้าอี้ ตู้เสื้อผ้า โต๊ะเครื่องแป้ง ฐานเตียงสิ่งเหล่านี้ยังไงอยู่ในห้องก็ต้องมี และเค้าจัดมาให้เรียบร้อยแล้วก็ช่วยประหยัดไปได้เยอะครับ

​ใครที่สนใจ THE MUVE บางหว้า เค้ามีราคาเริ่มต้น 1.89 ล้านบาท ลงทะเบียนเพื่อไปชมห้องจริงได้แล้ววันนี้ที่ https://siri.ly/V04Zuf3 ได้เลยครับ

THE MUVE Bangwa คอนโดใกล้ ม.สยาม

มีนาแล้ว มีคอนโดใหม่หรือยัง😁 มาชมโครงการพร้อมอยู่แกะกล่องทางฝั่งธนฯ ที่ “THE MUVE Bangwa” ใกล้ BTS และ MRT บางหว้า 650 ม. รายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบ ในราคาเริ่ม 1.89 ล้าน* ครับ

THE MUVE Bangwa คอนโดใกล้ ม.สยาม

ส่วนกลางที่นี่มีให้ใช้ครบฟังก์ชั่นการใช้ชีวิต กระจายไปใน 3 ชั้น ซึ่งทุกชั้นมีสวนสีเขียวให้นั่งพักผ่อน ชมธรรมชาติ หลบหลีกความวุ่นวายจากชีวิตเมืองได้ดี

สวนที่ชั้นบนสุดก็ชิลล์ไม่แพ้กัน

ห้องพักก็มีให้เลือกทั้งอยู่สบายคนเดียว และอยู่กับเพื่อนหรือคนรักก็ยังมีพื้นที่ไม่แออัด แถมแต่งให้ครบ Fully Furnished ไม่ต้องเสียเวลาซื้อของเอง

ให้น้องอายลองพาใช้ชีวิต 1 วัน ไปกันครับ

ตึกสีสันสดใส สีเขียวเข้มแซมส้มจี๊ดจ๊าด เพิ่มความละมุนด้วยดีไซน์โค้งมน เป็นคอนโด Low Rise สูง 8 ชั้น ห้องพัก 226 ยูนิต กำลังเป็นส่วนตัวดี ไม่วุ่นวายครับ

สวนนี้ไม่ใช่จะเข้าก็เข้าได้นะ มี Facescan สำหรับลูกบ้านเท่านั้น ผ่านเข้าไปก็จะเจอกับ Multi-purpose Garden สามารถนั่งรับลมชมธรรมชาติได้ มีเก้าอี้และโซฟาให้หลายมุม นั่งคนเดียวหรือนั่งเม้ามอยกับเพื่อนเอาตามสะดวก จะใช้เป็น Workspace เอาคอมมานั่งทำงานก็ดี เปลี่ยนบรรยากาศ แล้วยังเอาเสื่อโยคะมาปูออกกำลังกายได้อีกครับ ทางขวามือมีบันไดขึ้นสวนชั้น 2 ด้วย ไว้พาไปดู

เข้ามาถึงในคอนโด โอ้เห็นกระจกโค้งมนสวยดีจัง ดีไซน์แบบนี้ช่วยให้ผ่อนคลายตั้งแต่กลับเข้ามาเลย และที่เห็นจอดอยู่ เค้ามีรถรับส่งที่ BTS และ MRT ด้วย แต่ก่อนจะเข้าไปข้างใน ขอแวะนั่งเล่นที่สวนทางด้านซ้ายมือก่อน

ที่จอดรถมีทั้งแบบ Conventional ใต้ตึกรอบๆ และซึ่งเค้าทำเป็นลิฟต์จอด 2 ชั้นเพิ่มพื้นที่จอดรถ มี EV Charger 2 ช่องจอด รวมที่จอดรถคิดเป็น 31%

เข้า Lobby ชั้นล่างสุดมาตากแอร์กันสักหน่อย

ทางด้านหลังมีห้อง Mailbox, Laundry Room, ห้องน้ำ และห้องนิติบุคคล มาแวะรับพัสดุ จดหมายก่อนขึ้นห้อง

ขึ้นไปชั้น 2 กันต่อดีกว่า โถงลิฟท์แต่งสีเขียวโอลีฟกับวัสดุสีไม้ มุมนี้ผมชอบเลย ระหว่างรอลิฟท์ก็นั่งพักขากันได้

บนชั้น 2 ยังมีพื้นที่สวนให้นั่งทำงาน พักผ่อน ทำคอนเทนต์กันได้อีก ตรงนี้อยู่ใจกลางโครงการ ห้องที่มีวิวด้านใน ก็จะมีสวนนี้ให้มองลงมาชมได้ทุกวัน

ที่นั่งมีหลายแบบรองรับกันได้ทั้งแก๊งเลย

และนี่คือบันไดที่เดินเชื่อมสวนชั้น G ที่พาชมตอนแรกได้ครับ ทำให้ทั้ง 2 โซนนี้เป็นพื้นที่ส่วนกลางเชื่อมต่อกันขนาดใหญ่

เข้ามาที่ส่วนกลาง Indoor กันต่อได้อีก

แวะออกกำลังกายที่ Gym พร้อมกระจกบานใหญ่รับวิวสวนเมื่อกี้ แสงเข้าเต็มที่ โปร่งสบายดี อุปกรณ์ก็มีให้เล่นทั้ง Cardio และ Weight Training

ใช้แรงกันเหนื่อยแล้ว ด้านหน้าห้องมี โซน Pantry พร้อม Vending Machine ขนมนมเนย และตู้เต่าบินให้กดเครื่องดื่มเอาแรง ใช้แรงใช้สมองก็ต้องเติมของกันสิ จริงมั้ย

มีห้องน้ำให้แวะทำธุระ เปลี่ยนเสื้อผ้าได้ ตรงข้ามตู้เลย

มาเข้าโหมดจริงจัง ข้างกันมี Co-Working Area ให้นั่งทำงานได้หลายโซนเลย

โซนแรก Private Working Area ให้ทำงานแบบส่วนตัว จะอ่านหนังสือ หรือปั่นงานที่ต้องใช้สมาธิ ตรงนี้เหมาะนะ หรือทำโปรเจคกันเป็นกลุ่ม ก็มีโต๊ะเก้าอี้รองรับ

โซนทำงานถัดมาก็สามารถนั่งทำงานคนเดียวตรงเคาน์เตอร์บาร์ติดหน้าต่าง หรืออ่านหนังสือที่โต๊ะตัวยาวนี้ก็ได้ แต่งแต้มสีสันมาให้ดู active ดี

ตรงนี้ก็ยังมีโซนให้นั่งนะ ทั้งส่วนที่เป็นที่นั่งแบบบูธ มุมที่เห็นซ้ายสุดก็มีที่นั่งหน้ากระจกบานใหญ่ให้ชมสวนด้านล่าง แล้วก็ยังมีห้องแบบเป็นส่วนตัวให้อีก

นี่คือ Skill-up Studio ที่ปรับเปลี่ยนได้ตามการใช้งาน ผมชอบที่ถ้าคิดไอเดียใหม่ได้ก็จดลง Board ข้างๆ สะดวกเลย จะมาใช้งานเป็นทีม หรือมาคนเดียวก็มีโต๊ะเก้าอี้ที่เคลื่อนย้ายปรับเปลี่ยนได้สะดวกครับ

และนี่คือส่วนสุดท้ายของชั้น 2 นี้ครับ

ทำงานเหนื่อยล้าแล้วก็ขึ้นมา Rooftop มาพักสายตากัน เค้ามีสวนให้พักผ่อนอีกโซน ช่วงเย็นๆ น่าจะบรรยากาศดี มาชม Vanilla Sky ได้เลย เป็นอีกมุมที่ผมถูกใจ

มีที่นั่งแบบบาร์ให้น้องอายได้นั่งทำทรงใต้ต้นไม้ใหญ่

มี Sansiri Backyard พร้อมพืชผักกินได้ ทั้ง ต้นพริก, ต้นวอเตอร์เครส, ต้นแมงลัก และอีกมากมาย ปลูกไว้แจกจ่ายลูกบ้านได้กินผักปลอดสารครับ

และโซนสุดท้ายของส่วนกลางคือ Stretching Zone เราสามารถมายืดเส้นยืดสาย ดึงข้อ วอร์มเล็กน้อย และ Jogging ได้

นางโชว์ความแข็งแรงไปหนึ่งกรุบ หลังจากนั้นถ้าปวดหลังก็ตัวใครตัวมัน

ผมพาดูครบแล้วสำหรับ Facilities ทั้ง 3 ชั้นครับ

ต่อไปเรามาดูห้องพักกันต่อ ที่นี่เค้ามี 2 รูปแบบ คือ 1 Bedroom ขนาด 24-33.7 ตร.ม. และ 1 Bedroom Plus ขนาด 34.75-39.25 ตร.ม. ที่ปรับฟังก์ชันเป็น 2 ห้องนอนได้ครับ

วันนี้มี 1 ห้องตัวอย่างให้ชม เป็นรูปแบบที่มีเยอะที่สุดในโครงการ คือ 1 Bedroom (1A) ขนาด 24-25 ตร.ม. ที่มีมุมแต่งตัว เก็บของได้เยอะครับ

เปิดประตูที่มี Digital Door Lock เข้าห้องมาเจอกับส่วนของห้องครัวที่เค้ากั้นปิดด้วยกระจกบานเลื่อน 3 ตอน ครัวนี่เค้าให้เคาน์เตอร์ เตาและที่ดูดควันมาให้ เครื่องซักผ้าวางใต้เคาน์เตอร์ได้เลย ฝั่งตรงข้ามเค้าก็ทำตู้เก็บรองเท้า วางกระเป๋ามาให้เรียบร้อยครับ

เข้ามาในโซน Living Area ที่เชื่อมต่อไปกับห้องนอนอยู่ร่วมกันเป็นพื้นที่เปิด พื้นเป็นลามิเนต และเพดานสูง 2.5 ม. นะ

โซฟาและโต๊ะวางของที่ได้ ก็จะเหมือนในห้องตัวอย่างเลย เป็นโทนสีที่ Mix & Match กับของตกแต่งอื่นๆ ได้ง่าย ถ้าเราอยากจะจัดวาง แต่งอะไรเพิ่มเติมครับ

เตียงนอนนี่มีช่องเก็บของทั้งปลายเตียง และข้างเตียง น่าจะถูกใจชาวคอนโดที่สัมภาระเยอะเลยล่ะ หน้าต่างก็บานใหญ่กำลังดี นอนชมวิวสวน วิวต้นไม้ได้เต็มตา

เปิดเก็บของได้ง่าย เป็นระเบียบดีนะ

ฝั่งตรงข้ามเตียงก็มีโต๊ะยาวบิวท์มาให้ พร้อมเก้าอี้ และกระจกแบบนี้ สามารถใช้เป็นโต๊ะทำงาน รวมถึงเป็นโต๊ะเครื่องแป้งไปในตัวได้ด้วย ที่ผมชอบไอเดียคือด้านหลังตู้เสื้อผ้า ก็มีชั้นวางของเพิ่มเติม ใช้ฟังก์ชันตู้ได้ 2 ฝั่ง แล้วยังเป็นเสมือนที่กั้นแบ่งโซนด้วย

ก่อนจะออกไประเบียงก็เป็นบานเลื่อน 3 ตอนเปิดใช้งานเข้าออกสะดวก

ตรงนี้เค้ายกคอมเพรสเซอร์แอร์ไว้ด้านบน มายืนชมวิวได้ครับ

จากห้องตัวอย่างมองออกไปเป็นวิวสวนชั้น 2 ที่อยู่ใจกลางโครงการ เต็มอิ่มกับพื้นที่สีเขียว

ไปดูทางฝั่งมุมแต่งตัวหน้าห้องน้ำกันต่อ

ก็ให้ฟิล Walk-in Closet นะ ได้ตู้เสื้อผ้าที่จัดสรรสเปซมาได้ดี มีราวแขวนผ้า 2 ชั้น พร้อมชั้นวางของและลิ้นชัก ส่วนตู้ด้านซ้ายที่มีบานปิด ก็มีราวแขวน และช่องสำหรับใส่ของใหญ่ๆ อย่างกระเป๋าเดินทางได้ครบเลยครับ

ห้องน้ำได้เหมือนห้องตัวอย่างเลย มีอ่างล้างมือจาก Englefield พร้อมตู้เก็บของใต้อ่างล้างมือเป็นบานสีไม้อ่อน และกระจกที่เปิดเก็บข้าวของได้อีก ส่วนโถส้วมจาก American Standard

ในโซน Shower เค้าทำพื้นที่ไว้ให้วางอุปกรณ์สำหรับอาบน้ำได้สะดวก กระเบื้องเขียวอมฟ้านี้ก็เป็นเหมือนลายเซ็นของ THE MUVE ที่ทำให้ห้องน้ำดูมีอะไรมากขึ้น

นี่ก็คือทั้งหมดของห้องตัวอย่างครับที่เราพาดูกันในวันนี้ครับ

มาดู Floor Plan กันต่อ สังเกตโถงลิฟท์นี่จะไม่ติดกับกำแพงห้องพักอาศัยไหนเลยนะ อันนี้ดี ห้องที่มีมากที่สุดคือรูปแบบ 1 Bedroom 24-25 ตร.ม. (สีชมพู) ส่วน 1 Bedroom Plus 35.75 ตร.ม. (สีเขียว) มีชั้นละ 4 ห้อง และที่มีเพียงชั้นละห้อง ก็มีทั้งแบบ 1 Bedroom ที่ขนาดใหญ่ที่สุด 33.75 ตร.ม. (สีฟ้า) และห้อง 1 Bedroom Plus 39.25 ตร.ม. (สีเหลือง) ซึ่งเป็นห้องใหญ่ที่สุดของโครงการครับ

ทำเลที่ตั้งโครงการอยู่ในซอยเพชรเกษม 38 ระยะ 160 ม. จากถนนใหญ่ถึงโครงการ ใกล้ ม.สยาม 300 ม. อย่างที่ผมบอกตอนต้นเรื่องของการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า Interchange บางหว้านี่คือที่สุด จะใช้ BTS หรือ MRT ไปถึงสามย่าน-สีลม ใช้เวลาไม่นาน และนั่งรถต่อเดียวเข้าสู่สาทร-สยามได้เลยครับ ส่วนห้างใกล้เคียงมีซีคอนบางแค และ The Mall Lifestore บางแค สำหรับตลาดมีทั้งตลาดต้นไม้ชายคา และตลาดของกินเสนีย์ ส่วน รพ. ใกล้เคียงมี รพ.บางไผ่ และ รพ.พญาไท 3 ถ้าไม่อยากไปไหนอยู่แถวนี้ก็มีครบครับ

ใครอยากอยู่คอนโดใหม่ ห้องแต่งครบ มีส่วนกลางที่ใช้งานได้ตามไลฟ์สไตล์ แถมยังเดินทางสะดวก ก็มูฟมาที่ “THE MUVE บางหว้า” เริ่ม 1.89 ล้าน* พร้อมให้ชมห้องจริงได้แล้ววันนี้ครับ!

สวนสีเขียวที่นี่มีทั้ง 3 ชั้นให้ใช้งานเลย

สวนชั้นดาดฟ้า พร้อม Sansiri Backyard ผักออร์แกนิก

สวนชั้น 1 ที่เดินเชื่อมสวนชั้น 2 ได้

มุมแต่งตัวสไตล์ Walk-in Closet นี่น่าจะถูกใจชาวคอนโด เพราะที่เก็บของสำคัญมากจริงๆ

ห้องอยู่สบาย ครบการใช้งาน

ส่วนกลางอย่าง Co-Working Space เค้าก็มีหลายโซน หลายที่นั่ง

ฟิตเนสกว้างขวางดีเลย