“Vay Chinnakhet” คอนโดสงบและอบอุ่น ใกล้ ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ แต่งครบ เริ่ม 1.59 ล้าน*

Vay Chinnakhet

ใครมองว่าคอนโดใหม่ต้องคุ้มค่า มาสัมผัสบรรยากาศสงบและอบอุ่น ใน Vay Chinnakhet คอนโดใหม่ใกล้ ม.ธุรกิจบัณฑิตย์จากแสนสิริ แต่งให้ครบ เริ่มแค่ 1.59 ล้าน กันครับ

​ผมว่าวิธีการคิดและตัดสินใจของคนซื้อบ้านและคอนโดในช่วง 2 ปีหลังนี้เปลี่ยนไปแล้วนะครับ โดยเฉพาะกลุ่มวัยเริ่มทำงานซึ่งมองหาความคุ้มค่า ไม่เป็นภาระชีวิตจนเกินไป บางคนถึงกับมองว่าจะเช่าอยู่อาจจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า เราก็เลยได้เห็น Product ใหม่ ที่ตอบโจทย์เรื่อง “ความคุ้มค่า” กันมากขึ้น แต่ผมว่ามันคงดีกว่าถ้าความคุ้มค่านั้นมาพร้อมกับความน่าอยู่ด้วย และวันนี้เราจะมาทำความรู้จัก 8 ข้อกับ Vay Chinnakhet คอนโดใหม่จากแสนสิริที่เน้นสร้างเสร็จก่อนขาย เพื่อให้ทุกคนได้ชมบรรยากาศของจริงกันครับ

​1. คอนโด Vay นี่แสนสิริพัฒนาขึ้นมาเป็นคอนโดใกล้แหล่งงาน ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานรองรับ บรรยากาศดี สีสันสดใส ที่ผ่านมาไม่เคยมีคอนโดแบรนด์นี้ในกรุงเทพฯ มาก่อนครับ เรียกว่า Vay Chinnakhet เป็นโครงการแรกกลางเมือง ต่อจากพัทยา อยุธยา และชลบุรี

2. Vay Chinnakhet อยู่ใน ซ.งามวงศ์วาน 47 แยก 31 ครับ เป็นทำเลที่คนอยู่กันหนาแน่นเลย ใกล้ ม.ธุรกิจบัณฑิตย์เพียง 2 นาที มองแบบนี้อาจจะดูเหมือนเค้าจะทำแคมปัสคอนโดรึเปล่า แต่ต้องบอกว่าไม่เชิงแบบนั้นนะ เพราะทำเลนี้แหล่งงานเพียบบ โดยมีหัวใจคือสนามไดรฟ์กอล์ฟ North Park ซึ่งรายล้อมด้วยออฟฟิศอย่างเบทาโกร, ไทยน้ำทิพย์, Infinite Technology, EGCO Tower, CP Tower รวมไปถึงศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ไม่แปลกใจเลยที่แถวนี้มีหอพักและอพาร์ทเม้นท์เยอะมาก

3. จากทำเลที่ตั้งเดินทางเชื่อมได้ทั้งประชาชื่น – แจ้งวัฒนะ – วิภาวดีรังสิต – งามวงศ์วาน ไปเดอะมอลล์ งามวงศ์วาน หรือสนามบินดอนเมืองก็ง่ายนิดเดียว ใกล้รถไฟฟ้าสายสีแดงที่สถานีทุ่งสองห้อง และรถไฟฟ้าสายสีชมพูสถานีแจ้งวัฒนะ 14 ครับ

​4. ละแวกใกล้เคียงแทบจะหาพื้นที่ทำคอนโดใหม่ไม่ได้ แสนสิริได้ที่ดินผืนนี้ขนาดไม่ถึงไร่ นำมาทำเป็นคอนโด Low Rise สูง 8 ชั้น รวมห้องพักทั้งหมด 144 ยูนิต เกือบทั้งหมดเป็นห้อง 1 Bedroom ขนาด 24.50 – 25.50 ตร.ม. และมีห้องพิเศษคือ 1 Bedroom Plus ขนาด 35.25 ตร.ม. ที่แปลงเป็น 2 ห้องนอนได้ เพียงแค่ 7 ห้อง หรือชั้นละยูนิตเดียวครับ

​5. ด้วยขนาดพื้นที่เท่านี้ผมชอบนะที่เค้าให้ความสำคัญกับพื้นที่สีเขียวซึ่งช่วยให้บรรยากาศอบอุ่น ผ่อนคลาย มีทั้งมุมสวนให้นั่งพักผ่อนด้านล่าง และสวนขนาดใหญ่บน Rooftop ที่ทำออกมาได้น่ารักมาก มีมุมนั่งเล่นหลายจุด มีเลนให้เดินออกกำลัง มี Sansiri Backyard ที่เป็นพืชผักสวนครัวให้เก็บไปทำกับข้าว แล้วก็มีกิมมิคเป็นบ้านนกเล็กๆ น่าเอ็นดู เอาไว้ให้ครอบครัวตัวน้อยได้มีที่พึ่งพึงอาศัยด้วย

​6. พื้นที่ส่วนกลางอื่นๆ ก็มีห้อง Co-working Space ที่บรรยากาศดี ละมุนใจในการนั่งทำงาน แบ่งโซนเป็นทั้งมุม Private และ ให้ทำงานร่วมกัน มีห้อง Fitness ซึ่งก็มีอุปกรณ์ที่น่าใช้งานดี มีห้อง Laundry และในทุกพื้นที่ที่สามารถนั่งทำงานเค้ามี wifi ไว้ให้ ผมว่าสิ่งเหล่านี้ก็เป็น Facilities พื้นฐานที่เหมาะกับชีวิตคนทำงานปัจจุบันดีครับ

​7. ที่จอดรถที่นี่จอดอยู่ชั้น 1 ทั้งหมด เค้ามีเสริมที่จอดรถอัตโนมัติ 2 ชั้นให้ด้วย จุด EV Charger ก็มีนะ

​8. ห้อง 1 Bedroom ขนาดเริ่มต้นได้รับการออกแบบ Layout ที่พอดีกับการใช้ชีวิต กั้นแยกระหว่างห้องนอนกับห้องนั่งเล่นไว้ให้ มีครัวที่อยู่ติดกับระเบียงเพื่อช่วยระบายกลิ่น ส่วนห้อง 1 Bedroom Plus ได้ห้องหน้ากว้าง Living Area ขนาดใหญ่อยู่สบายมากขึ้นกว่าเดิม

​9. ห้องราคาเริ่ม 1.59 ล้านบาท ราคานี้รวมแต่งเฟอร์นิเจอร์ให้ครบเรียบร้อยแล้วครับ

​นี่คือสิ่งที่ผมคิดว่าอาจจะเป็นวิธีการนำเสนอ Product ในตลาดกลุ่มวัย First Jobber ของแสนสิริที่มองหาความคุ้มค่าโดยไม่ทิ้งสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นนะ โดยเฉพาะถ้าพิจารณาถึงมุมด้านการเงิน ด้วยราคาเริ่มต้นเบา คิดเป็นค่าผ่อนเริ่มแค่ 4,450 บาท/เดือน แต่อยู่สบายกว่า Apartment แถมมีต้นทุนค่าสาธารณูปโภคที่ถูกกว่า ไม่แน่ว่าถ้าลองเทียบดูกับการเช่าคอนโดแล้วนี่อาจทางเลือกที่ “คุ้มค่า” เหมือนกันนะครับ

​ใครที่สนใจเตรียมตัวได้เลย 7-8 มี.ค. นี้ เค้าจะเปิดให้ชมตึกจริง และจองครั้งแรก เป็นห้องแต่งครบ พร้อมส่วนลดสูงสุดกว่า 150,000 บาท* ส่วนคนมือไว 20 ยูนิตแรกนี่ฟรีโอนและค่าส่วนกลางให้อีก 1 ปี* หรือจะเลือกรับเครื่องใช้ไฟฟ้า 4 รายการ* ก็ได้ครับ

ลงทะเบียนนัดหมายพร้อมรับส่วนลดได้ที่ https://siri.ly/KqNVqK2

วันนี้มาชมคอนโดใหม่สร้างเสร็จก่อนขาย พร้อมอยู่ปีนี้ “Vay Chinnakhet” ใกล้ ม.ธุรกิจบัณฑิต เพียง 650 ม. แถมไม่ไกล The Mall งามวงศ์วาน สงบ ยูนิตไม่มาก ถูกใจนักศึกษาและคนทำงานแน่นอน

ส่วนกลางมีให้ใช้งานรวม 3 ชั้น สวนชั้นบนสุดนี่ส๊วยสวยถูกใจผมมาก

ห้องนั่งทำงานอ่านหนังสือมีพร้อม รองรับชาวมหาวิทยาลัยและคน WFH

ห้องขนาดกำลังอยู่สบาย ไม่ว่าจะอยู่คนเดียว อยู่กับเพื่อน หรือหวานใจ

เดี๋ยวผมและน้องอายจะพาทุกคนไปชมทุกมุมกันเลยครับ

ที่นี่เป็นคอนโด Low Rise 1 อาคาร สูง 8 ชั้น มีทั้งหมด 144 ห้อง คนไม่วุ่นวายนะ เค้าออกแบบมาในโทนอบอุ่น แล้วก็ซ่อนสีสันเอาไว้อยู่ข้างใน

เดินลบแดดหน้าร้อนกรุงเทพเข้า Lobby เจอ Mailbox ก่อนเลย กลับห้องมาก็แวะหยิบจดหมาย และพัสดุที่นิติได้ตรงนี้ สะดวก

ผมขอพาชม Facilities จุดแรก ในชั้น G นี่ครับ มี 2 ส่วนทั้ง Indoor & Outdoor

ด้านในข้างโถงลิฟท์ และห้องนิติ มี Laundry Room ห้องไหนไม่มีเครื่องซักผ้าอบผ้า ก็ลงมาใช้ได้แค่ข้างล่างนี่

ด้านนอกมีสวนสีเขียวพร้อมที่นั่งให้เปลี่ยนบรรยากาศ หรือจะมานั่งรอผ้าเสร็จก็ได้ครับ

สวนเมื่อสักครู่ สามารถเดินลัดมาที่จอดรถได้ด้วย ซึ่งมีทั้งจอดใต้ตึก จอดด้านนอกตึก และ Auto Parking พร้อม EV Charger 2 จุดครับ

ขึ้นมาส่วนกลางที่ชั้น 2 มี Co-Working Space และ Fitness โดยชั้นนี้มีห้องพักอาศัยอีกฝั่งนึงด้วยนะ

ภายใน Co-Working Space ดีไซน์ละมุนตามสไตล์แสนสิริ ที่นั่งหลายแบบ กระจายกันไป เข้ามาเจอโซนโต๊ะใหญ่ นั่งได้หลายคนก่อน พร้อมกระจกบานใหญ่ให้ชมวิว พักสายตา ช่วยเปิดสมองให้โลดแล่น

สีสันเค้าแต่งมาน่ารักดีเนอะ สีเขียวตัดส้มสดใส ด้านในนี้มีโซฟาสำหรับคนมีคู่

และใน Pod นี่ก็เป็นมุม Private ที่ทำให้โฟกัสได้ดีขึ้น

ส่วนฟิตเนส อยู่ข้างๆ กันเลย เน้นกระจกบานใหญ่ให้ดูวิวไป วิ่งลู่ไป ออกกำลังกายแบบมีอะไรให้มอง มันก็เพลินดีครับ เครื่องมีให้ทั้ง Cardio และ Weight training อุปกรณ์น่าใช้

จากชั้น 2 ขึ้นมา Rooftop ตรงนี้ผมชอบมาก ดูเขียวชอุ่มชุ่มชื่นหัวใจ ตรงนั้นคือที่นั่งให้รับลมท่ามกลางต้นไม้ดอกไม้นานาพรรณดูมีสีสันดี แถมมีบ้านจิ๋วให้นกน้อยได้มีที่พักพิงใจกลางเมืองด้วย

เรียกว่าสร้างคอนโดให้คนแล้วก็สร้างบ้านให้นกด้วยคู่กันไปเลย 555

มาตอนเย็นๆ รับลม น่าจะเย็นสบาย พร้อมชมพระอาทิตย์ตกดิน นอกจากธรรมชาติก็มีเส้นทางให้วิ่งออกกำลังกาย

ด้านหลังมี Sansiri Backyard โซนที่เค้าปลูกผักออร์แกนิก ที่ลูกบ้านมาหยิบจับกลับไปทำกินที่ห้องได้

มีจุดให้นั่งพักผ่อนอีกนะครับ มานั่งชิลล์กินหนม ก็มีซิงค์ล้างมือไว้ให้แล้วครับ จบตรงนี้เราลงไปดูห้องตัวอย่างกัน

เค้าแต่งให้ดูทั้ง 2 รูปแบบ คือ 1 Bedroom ขนาด 24.5-25.5 ตร.ม. และแบบ 1 Bedroom Plus ขนาด 35.5 ตร.ม. ซึ่งจะขายแบบให้เฟอร์ครบกันไปเลยครับ

ขอเริ่มจาก Mode หลักอย่าง 1 Bedroom ขนาด 24.75 ตร.ม. เหมาะกับอยู่คนเดียวได้สบายๆ แบ่งแยกสัดส่วนชัดเจน

ด้านหน้าห้องจะเป็นส่วน Living Area ครับ กลับมาล้มตัวลองนอนตรงนี้ได้ ที่นี่ระยะเพดานสูง 2.5 ม. และได้พื้นลามิเนตเป็นมาตรฐานครับ

ถัดจากโซฟา มีพื้นที่ให้ว่างโต๊ะกินข้าว จัดแบบ 2 ที่นั่งได้ เผื่อมีเพื่อนมากินข้าวด้วยกัน ไม่เหงา

ฝั่งตรงข้ามจัดวางทีวี พร้อมมีตู้เก็บรองเท้าที่เค้าทำมาให้อยู่ฝั่งนี้ แล้วยังเหลือพื้นที่ตกแต่งอีกเล็กน้อยข้างๆ ตำแหน่งแอร์หันเข้าสู่โซฟาเย็นสบายแน่นอน

เข้ามาดูห้องนอน ที่กั้นเป็นสัดส่วนด้วยกระจกบานเลื่อนใส ที่ให้แสงธรรมชาติเติมเข้าโซนนั่งเล่นเมื่อครู่ได้ ขนาดเนี่ยดูได้จากการวางทั้งเตียงควีนไซส์และตู้เสื้อผ้าขนาดกันไปได้อยู่น้า

ผมชอบดีเทลเล็กๆ น้อยๆ อย่างการทำปลั๊กไฟซ่อนไว้หัวเตียงแบบนี้ เพิ่มความสะดวกสำหรับคนชอบชาร์จโทรศัพท์ พาวเวอร์แบงค์ หรือแม้แต่ไฟอ่านหนังสือครับ

ตู้เสื้อผ้าเกือบเต็มความสูงอยู่ข้างเตียงครับ

ไปชมฝั่งห้องครัวกันต่อ

ตำแหน่งครัวอยู่ติดกับระเบียง สามารถเปิดให้ลมโฟลวช่วยระบายอากาศได้ แล้วก็ตำแหน่งระบบน้ำสำหรับเครื่องซักผ้าก็อยู่ใต้เคาน์เตอร์ตรงนี้เลยครับ พื้นก็เป็นกระเบื้องนะไม่ต้องกลัวเรื่องน้ำและความชื้น

พอไม่ต้องวางวางเครื่องซักผ้าระเบียงก็ใช้ได้เต็มที่ ส่วนคอมเพรสเซอร์แอร์ก็แขวนไว้ข้างบนเรียบร้อย

ไปดูฝั่งห้องน้ำ ส่วนสุดท้ายของห้องนี้ครับ

ด้านในตกแต่งกระเบื้องครีมสีอ่อน พร้อมสุขภัณฑ์ Sosuco และฝักบัวของ Englefield ในโซน Shower มีช่องวางอุปกรณ์ในห้องน้ำ ตรงนี้ใส่ชั้นวางเพิ่มเติมก็ใส่ของได้เยอะขึ้นครับ

จบจากห้องนี้ไปดูอีกห้องกันต่อนะ

นี่คือห้องใหญ่ที่สุดแบบ 1 Bedroom Plus ขนาด 35.25 ตร.ม. ห้องนี้ปรับใช้ฟังก์ชันได้ถึง 2 ห้องนอน ยืดหยุ่นกับการอยู่กันมากกว่า 1 คนมากขึ้น หรือเอาไว้ทำเป็นห้องทำงานก็ได้

รูปแบบนี้ได้ห้องหน้ากว้าง โปร่งสบายโดยเฉพาะพื้นที่ส่วนนั่งเล่นและกินข้าว และได้ห้องนอนที่เป็นส่วนตัวมากขึ้นด้วยผนังทึบครับ เดี๋ยวไปดูห้องนอนที่อยู่ด้านหลังทีวีกันต่อ

ภายในห้องนี้จัดวางเตียงควีนไซส์ และตู้เสื้อผ้าแบบไม่ได้เรียงต่อกันละ ทำให้ห้องโปร่งมากขึ้น

จากโซนนั่งเล่น ก็เชื่อมต่อกันถึงโซนกินข้าว นี่วางได้ถึง 4 ที่นั่งเลย เค้าขยับตู้เก็บรองเท้าเค้าไว้ตรงจุดนี้แทน ที่เห็นซ้ายมือเป็นห้องอเนกประสงค์ที่กั้นด้วยกระจกบานเลื่อน ซึ่งจะช่วยนำแสงเข้ามาในห้องนี้

ในห้องอเนกประสงค์นี่ทำให้เห็นว่าสามารถแปลงร่างเป็นอีกห้องนอนได้ วางเตียง 3 ฟุต พร้อมตู้เสื้อผ้าได้เลย แต่ถ้าใครอยู่คนเดียวหรือกับแฟน ห้องนี้สามารถปรับเป็นห้องทำงาน รวมถึงห้องสำหรับงานอดิเรกก็เหมาะ การมีพื้นที่เผื่อสำหรับความชอบมันดีมากครับ

และก็เหมือนเดิมคือกับห้องที่แล้ว คือส่วนครัวอยู่ติดระเบียงโดยมีห้องน้ำอยู่ข้างกันครับ

ผมเอา Floor Plan มาให้ดูสักหน่อย จะเห็นว่าเกือบทั้งหมดเป็นห้อง 1 Bed ขนาด 24.75-25.5 ตร.ม. ส่วนห้อง 1 Bed Plus 35.25 ตร.ม. ที่เห็นสีส้มในภาพมีแค่ชั้นละห้องเท่านั้น อยู่มุมวิวฝั่งทิศตะวันตกครับ ผมว่าห้องเบอร์ 20 ดูเป็นส่วนตัวดีนะ และไม่เจอมุมเสาในห้องด้วย ส่วนห้องเบอร์ 19 ดูเหมือนจะเป็นห้องตำแหน่งเดียวที่มีช่องแสงในห้องนั่งเล่นเพิ่มด้วย

ตำแหน่งที่ตั้งโครงการอยู่ในซอยงามวงศ์วาน 47 แยก 31 เพียง 650 ม. สามารถเข้าประตูหลังของ ม.ธุรกิจบัณฑิตได้, เชื่อมซอยแยก 39 มีสนามกอล์ฟนอร์ธปาร์ค ส่วนสิ่งอำนวยความสะดวกและที่เที่ยวมีทั้ง The Mall Lifestore งามวงศ์วาน, Golden Place, โลตัส และบิ๊กซี แจ้งวัฒนะ ในระยะไม่ถึง 5 กม. รวมถึงมีสำนักงานอย่าง เบทาโกร, การประปา, ซีพีทาวเวอร์ แล้วไม่ไกลเมืองทองธานี และสนามบินดอนเมืองด้วย ก็จะมีทั้งนักศึกษาและคนทำงานอยู่อาศัยกัน เรียกว่าถ้าอยากมีคอนโดใกล้ที่ทำงาน ที่นี่ตอบโจทย์ได้เลย

ใครที่สนใจเตรียมตัวเลยครับ เค้าจะเปิดตึกจริง และเปิดจองครั้งแรก 7-8 มี.ค. 69 พร้อมโปรโมชั่นอย่าง ฟรีเฟอร์นิเจอร์* พร้อมส่วนลดสูงสุด 150,000 บาท* และ 20 ยูนิตแรก ฟรีทุกค่าใช้จ่ายวันโอน และส่

ส่วนกลางสีสันสดใสมาก น่านั่งมากก

สวนชั้นบนสุดแต่งน่ารัก มีบ้านนกด้วย

1 ห้องนอนเป็นสัดเป็นส่วน กั้นทำครัวปิดได้ ติดระเบียง

2 ห้องนอนนี่หน้ากว้าง สบาย

ถ้าอยู่คอนโด ต้องมีห้องอเนกประสงค์ละเดี๋ยวนี้ ข้าวของเยอะ 555