สรุปข้อคิดที่ได้จากการฟังเรื่อง Designing for Longevity
สรุปข้อคิดที่ได้จากการฟังเรื่อง “Designing for Longevity” เมื่อความตายมาเยือนช้า จึงเป็นที่มาของการออกแบบเพื่อชีวิตที่ยืนยาว อยู่อย่างสุขและสบาย แถมมีสไตล์ใน “บ้านของตัวเอง” โดยแพทย์หญิงนาฏ ฟองสมุทร ผู้อุทิศตนเพื่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงวัยมาเกือบ 30 ปี
วันก่อนผมได้ไปฟังคุณหมอนาฏ และทีมงานผู้เกี่ยวข้องกับการออกแบบเพื่อการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุที่อยากจะอยู่ในบ้านตัวเองให้นานที่สุด ซึ่งมันเปิดโลกและปรับความเข้าใจในเรื่อง Universal Design หรือ UD ของผมไปเยอะเลย ผมคิดว่านี่จะเป็นประโยชน์สำหรับทุกบ้าน รวมถึงวัยกลางคนที่กำลังเตรียมตัวอยู่ด้วยตนเองในอนาคตแบบผม เลยอยากแชร์ข้อคิดที่ได้มาเล่าสู่กันฟังครับ
1. “อย่าคิดเริ่มปรับบ้านเมื่อร่างกายเราไม่ไหวแล้ว”
เรื่องนี้เป็นประเด็นที่เข้าใจผิดกันอยู่มาก บางคนพอแก่ตัว เกิดอุบัติเหตุหรือล้มในบ้าน พอไปหาหมอจนหายแล้วอยากจะกลับปรับบ้านมันไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ทันทีครับ มันต้องใช้เวลา แล้วตอนนั้นที่ร่างกายขยับไม่สะดวก เราจะไปอยู่ตรงไหน ต้องใช้เวลาเท่าไหร่ เรื่องนี้แก้ไขได้ด้วยการเตรียมตัวแต่เนิ่นๆ อย่างคุณหมอนาฏตอนนี้ปรับบ้านเรียบร้อยแล้วเป็นของขวัญในวันเกษียณเพื่ออยู่สบายในอนาคต
2. “Universal Design ไม่ใช่เพียงสูตรสำเร็จในวันนี้ แต่มันคือการเตรียมพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนได้ในอนาคต”
เมื่อก่อนผมเคยมองว่า UD คือทางลาด คือประตูบานเลื่อน คือพื้น soft floor หรือราวจับในห้องน้ำ แต่นั่นเป็นเพียงยอดของภูเขาน้ำแข็ง แต่จริงๆ แล้ว UD คือการคิดเรื่องของพื้นที่ เผื่อไว้สำหรับทุกช่วงชีวิตในอนาคต เช่น การปรับพื้นที่ในห้องน้ำให้กว้างไว้ ทีหลังจะได้รถเข็นเข้าได้ การปรับพื้นให้ไม่ลื่น การปรับแสง การจัดตำแหน่งของปลั๊กไฟ การเผื่อพื้นที่สำหรับราวจับ รายละเอียดเหล่านี้ทำไว้เผื่อเราปรับเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ หรือเติมราว ซึ่งอาจจะยังไม่จำเป็นในวันที่แข็งแรง แต่เมื่อไหร่ที่ต้องการ ก็จะ “ทำได้เลย”
3. “แนวคิดเรื่องการอยู่อาศัยของผู้สูงวัยคือการยืดช่วงเวลาที่สามารถช่วยเหลือตัวเองให้ยาวนานที่สุด”
ผมว่าเราทุกคนทราบดีว่าวัฏจักรของชีวิตดำเนินไปถึงจุดสุดท้ายอย่างไร วิธีคิดเรื่อง Designing for Longevity ไม่ใช่เน้นที่การมีอายุยืนยาว แต่เน้นที่การเพิ่มช่วงเวลาที่เรายังแข็งแรงและสามารถช่วยเหลือตัวเองได้นี่แหละให้นานที่สุด เพราะเป็นช่วงเวลาคุณภาพ ที่เรายังสามารถมีสังคม สามารถหาความสุขได้ ดังคำที่คุณหมอเรียกว่า “วัยอิสระ” นั่นเอง เท่ากับว่าถ้าเราออกแบบที่อยู่อาศัยให้ปลอดภัย และน่าอยู่ เราก็คาดหวังว่าช่วงเวลาสุดท้ายที่ต้องพึ่งพิงคนอื่นก็จะน้อยหน่อย และก็บ้ายบายลากันไปอย่างแฮปปี้ครับ
4. “Senior is not patient”
ผมชอบประโยคนี้จากฮายาชิซัง ผู้แทนจากแบรนด์ Matsunaga ซึ่งเค้าผลิตอุปกรณ์สำหรับผู้สูงวัยนะ เพราะคนญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก เค้าเลยมีอุปกรณ์อย่าง Rollator หรือรถเข็นช่วยเดินที่ผู้สูงวัยสามารถใช้เพื่อช่วยเหลือตัวเอง พอเมื่อยก็นั่งพักได้ มีรถเข็นที่สามารถ Customize สีสัน อุปกรณ์ต่างๆ ได้มากมาย และหน้าตาไม่เหมือนกับที่ใช้ในโรงพยาบาล เพราะเค้าเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้ควรเป็นของที่น่าใช้งานในชีวิตประจำวัน
5. “ผู้อยู่คือหัวใจของการปรับบ้าน”
ผู้สูงอายุอยู่บ้านตัวเองมานานหลายปี ก็รู้สึกว่าบ้านฉัน ฉันไม่อยากเปลี่ยน เพราะงั้นการปรับบ้านต้องใช้เวลาในการพูดคุย ทำความเข้าใจ การปรับบ้านจึงเปรียบเสมือนการปรับกายและใจไปด้วยพร้อมๆ กัน บางทีเราจะปรับบ้านให้พ่อแม่เราเอาความคิดตัวเองเป็นที่ตั้ง ซึ่งมันก็คือความหวังดีแหละอยากให้ท่านอยู่สบาย แต่จริงๆ แล้วก็ต้องไปคุยกับพ่อกับแม่เพื่อฟังเสียงของท่านซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุดด้วย
6. “บางทีจุดหมายปลายทางของผู้สูงอายุ อาจไม่ใช่ Senior Home แต่เป็นบ้านที่อยู่ได้อย่างปลอดภัยและมีคุณค่า”
ผมชอบคำที่ได้ฟังจากอาจารย์แพร ผู้ร่วมก่อตั้ง MOM Studio ในฐานะผู้เชี่ยวชาญการออกแบบ AgeWell Design ที่เค้าให้ความหมายว่า “เป็นการปรับบ้านเพื่อการใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าและสง่างามในบ้านตัวเอง” ซึ่งผู้สูงวัยหลายคนไม่ได้อยากอยู่โรงพยาบาล ไม่ได้อยากไปอยู่ Nursing Home เพราะบรรยากาศมันไม่เหมือนบ้าน ดังนั้นความเข้าใจในเรื่อง UD และความน่าอภิรมย์ในงาน Design นี่แหละที่จะเป็นตัวเข้ามาทำให้บ้านเดิมมีความปลอดภัย เหมาะสม และสวยงาม แบบที่อยู่ได้อย่างรื่นรมย์
7. “การปรับบ้านไม่ได้มีสูตรสำเร็จ แต่ขึ้นอยู่กับวิถีชีวิตของแต่ละบ้าน”
เรียกว่าการปรับบ้านเพื่ออยู่อาศัยในวัยอิสระนั้น มันขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละบ้านเลย ไม่ว่าจะอยู่ด้วยตัวเอง มีลูกหลานมาเยี่ยมบ้าง หรืออยู่เป็นครอบครัวใหญ่ หรืออยู่แบบมีผู้ดูแลอยู่ด้วย ก็จะทำให้แนวทางการปรับบ้านนั้นแตกต่างกัน ซึ่งถ้าคุณต้องการผู้ช่วยที่มีความชำนาญก็สามารถให้มืออาชีพที่เก่งเรื่องนี้เฉพาะทางมาช่วยได้อย่าง MOM Studio
ครับนี่ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งนะที่ผมขอหยิบมาแชร์กัน จริงๆ ในวันนั้นเค้ายังพาไปเยี่ยมชมคอนโดที่คุณหมอนาฏและทีมงานได้ปรับโฉมใหม่หมดจนพร้อมสำหรับความต้องการในทุกช่วงชีวิต และที่สำคัญที่สุด สำหรับผมนะ คือมันต้องสวยและน่าอยู่ด้วยไม่ใช่เน้นเรื่องความปลอดภัยเพียงอย่างเดียว ซึ่งสิ่งนี้แหละที่ทำให้บ้านแตกต่างจากโรงพยาบาลครับ
แล้ววันหลังผมจะพาไปทัวร์ที่นี่เต็มๆ กันอีกครั้ง

อาจารย์สุจิตรา จิระวาณิชย์กุล ผู้จัดการศูนย์ Chula UDC เค้าทำวิจัยเรื่องระยะต่างๆ ในงานออกแบบ Universal Design จะเห็นว่า เรื่องความสูงของเฟอร์นิเจอร์พอใช้กลุ่มตัวอย่างที่เป็นคนไทย ก็จะเตี้ยกว่าตัวเลขทั่วไปนิดหน่อย เพราะงั้นมันไม่ใช่แค่ตัวเลขมาตรฐานสากลที่เราจะใช้ได้เลย นี่คือการใส่ใจที่ผมรู้สึกชื่นชมมากๆ

พอดีไซน์ให้ราวจับเหมือนของตกแต่งในบ้านก็ได้ทั้งความสวยงามและฟังก์ชั่น ผลงานของ MOMstudio
สวยน่าอยู่เลยนะเนี่ย วิวแม่น้ำด้วย

นี่คือ Rollator ที่ว่า สีสันแบบนี้ของเมืองไทยไม่มี

มุมนั่งใส่รองเท้าสำคัญมาก







