
- Q2/2569 ฟื้นตัวแรง กำไรสุทธิแตะ 1,005 ล้านบาท (+16% QoQ) รายได้รวม 7,544 ล้านบาท
(+13% QoQ) หนุนครึ่งปีแรกกำไรทะลุ 1,869 ล้านบาท รายได้รวม 14,235 ล้านบาท
- กวาดยอดขายครึ่งปีแรก 25,500 ล้านบาท คิดเป็น 53% ของเป้าทั้งปี ปิดการขาย (Sold Out) แล้ว 12 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 18,000 ล้านบาท
- เร่งสปีดโตก้าวกระโดดในครึ่งปีหลัง จากทัพคอนโด-บ้านพร้อมโอน ตุน Backlog แน่นมือ 26,000 ล้านบาท (จ่อรับรู้รายได้ปีนี้ 40%) พร้อมสปีดเปิด 21 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 27,000 ล้านบาท
นายวิชาญ วิริยะภูษิต ประธานผู้บริหารสายงานการเงิน บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI บริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทย เปิดเผยว่า ผลประกอบการไตรมาส 2 ของปี 2569 เติบโตขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) จากการโอนที่ดีขึ้นทั้งแนวราบและคอนโดมิเนียม รวมถึงตลาด Premium และ Medium ยอดโอนกลับมาดีขึ้น ส่วนตลาด Affordable ยังรักษายอดโอนได้ดี ส่งผลให้ไตรมาส 2 มีกำไรสุทธิที่ 1,005 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% QoQ และรายได้รวมอยู่ที่ 7,544 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% QoQ โดยได้รับปัจจัยหนุนจากสัดส่วนการโอนโครงการแนวสูงเข้ามาช่วย รวมถึงโครงการแนวราบในกลุ่มราคาไม่เกิน 10 ล้านบาท ที่มียอดขายดีต่อเนื่อง
ดันผลงานครึ่งปีแรก (สิ้นสุด 30 มิถุนายน 2569) แสนสิริมีกำไรสุทธิ 1,869 ล้านบาท รายได้รวม 14,235 ล้านบาท สวนกระแสคว้ายอดขายครึ่งปีแรกทะลุเป้า 25,500 ล้านบาท (คิดเป็น 53% ของเป้าทั้งปี) สร้างปรากฏการณ์ปิดการขาย (Sold Out) รวมไปถึง 12 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 18,000 ล้านบาท และมียอดจ่อคิวปิดการขายอีก 8 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 11,000 ล้านบาท
แสนสิริยังคงรักษาสภาพคล่องและแผนงานตามกลยุทธ์ที่วางไว้ ด้วยการเดินหน้าเปิดตัวโครงการอย่างระมัดระวัง เน้น “การพัฒนาโครงการในทำเลที่ใช่ ที่มีความต้องการอยู่อาศัยจริง (Real Demand) และเพื่อการลงทุน” อาทิ โครงการไฮไลต์อย่าง เอ็กซ์ที เทน เอกมัย (XT 10 Ekkamai) มูลค่า 6,400 ล้านบาททำยอดขายได้แล้วกว่า 30% ตามเป้า รวมถึงบ้านในระดับราคาไม่เกิน 10 ล้านบาท สร้างยอดขายครึ่งปีแรกได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ แสนสิริยังคงมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่อย่างตรงจุด ควบคู่การตั้งระดับราคาที่เหมาะสมกับกำลังซื้อในทุกเซกเมนต์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างโอกาสการเติบโตอย่างต่อเนื่อง สะท้อนจากการขยายสู่ธุรกิจรับสร้างบ้าน ‘ต้นแบบ Crafted by Sansiri’ ที่ได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี
สำหรับทิศทางครึ่งปีหลัง คาดว่าจะเห็นการฟื้นตัวที่ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยมีปัจจัยหนุนสำคัญ ได้แก่
- Backlog แข็งแกร่ง: มียอดขายรอโอนในมือกว่า 26,000 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้เป็นรายได้ภายใน ปี 2569 ทันทีราว 40%
- ทัพคอนโดมิเนียมพร้อมโอนกรรมสิทธิ์: มีโครงการแนวสูงที่สร้างเสร็จใหม่เตรียมส่งมอบรวม 6 โครงการ มูลค่า 18,300 ล้านบาท อาทิ ชูช์ ราชเทวี (SHUSH Ratchathewi) และเวีย อารีย์ (Via Ari)
- การเติบโตของตลาดต่างจังหวัดศักยภาพสูง: สินค้าในทำเล Strategic Location อย่าง ภูเก็ต,หัวหิน, เชียงใหม่, ขอนแก่น และโซน EEC (พัทยา-บางแสน) เติบโตอย่างโดดเด่นและสร้าง Rental Yield ในระดับสูง ดึงดูดทั้งกลุ่มนักลงทุนและชาวต่างชาติ เช่น เดอะ สแตนดาร์ด เรสซิเดนซ์ หัวหิน (The Standard Residences, Hua Hin) และเตรียมเปิดตัวโครงการพูลวิลล่าลักชัวรี เดอะ เทลส์ สตอรี่ วัน บางโจ ภูเก็ต (The Tales Story One BangJo Phuket) ที่ภูเก็ตเร็วๆ นี้
- แผนเปิดตัว 21 โครงการใหม่ มูลค่า 27,000 ล้านบาท: แบ่งเป็นแนวราบ 12 โครงการ และแนวสูง 9 โครงการ โดยมีบิ๊กโปรเจกต์ระดับไอคอนิก ได้แก่ การเปิดตัว Well-being Community แห่งแรกติดถนนกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ (142 ไร่) และ ราชพฤกษ์ คอมมิวนิตี้ อาณาจักรที่อยู่อาศัยกว่า 1,000 ไร่ รวมถึง เดอะ โมนูเมนต์ สาทร (The Monument Sathon), โครงการใหม่แบรนด์เฮาส์ (HAUS) ใน T77, แคนวาซ พาเลท เชิงทะเล (CANVAZ Palette Cherngtalay) และการบุกทำเลทองที่ภูเก็ตโซนในเมืองและโซนท่องเที่ยว (สามกอง ป่าตอง)
“แม้ภาพรวมอสังหาริมทรัพย์จะยังไม่เห็นสัญญาณฟื้นตัวและเผชิญปัจจัยกดดันรอบด้าน ทั้งเศรษฐกิจโตจำกัด หนี้ครัวเรือนสูง และความเสี่ยงต่างประเทศ แต่นโยบายลดค่าธรรมเนียมโอน-จดจำนอง (ราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท) การคงดอกเบี้ยนโยบายของ กนง. รวมถึงการบริหารพอร์ตที่ครอบคลุม กลยุทธ์ทำเลที่มีดีมานด์จริง และความเชื่อมั่นในแบรนด์แสนสิริ จะเป็นข้อได้เปรียบสำคัญที่ช่วยพยุงกำลังซื้อและขับเคลื่อนผลงานให้เติบโตตามเป้าหมายได้อย่างมั่นคง” นายวิชาญ กล่าวสรุป
แสนสิริ มุ่งเน้นคุณภาพสินค้าและการบริการหลังการขาย เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำอสังหาริมทรัพย์อันดับ 1 ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งและมั่นคง โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ พร้อมยกระดับมาตรฐานการอยู่อาศัยด้วยเทคโนโลยีการก่อสร้างแบบ Precast ที่แข็งแรงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนส่งมอบประสบการณ์การอยู่อาศัยที่สมบูรณ์แบบด้วยทีมงานนิติบุคคลมืออาชีพจาก บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ที่พร้อมดูแลลูกบ้านอย่างต่อเนื่อง






