จริงๆ นี่เป็นส่วนนึงของฝันผมเลย พูดไปมันก็อาย เพราะฝันผมก็แค่อยากมีครอบครัวเล็กๆ ที่มีความสุขแค่นั้นเอง และตั้งแต่มีน้องวิ้งกี้เข้ามาอยู่ในชีวิต ความรู้สึกของการได้เป็นพ่อหมาก็เติมเต็มผมแล้ว แบบที่รู้สึกว่านี่คือลูกของเราจริงๆ ไม่ต้องการใครอื่น
ผมดีใจที่ปีนี้ชีวิตการเป็นพ่อแม่หมามันเปิดกว้างขึ้นเยอะเลย หันไปทางไหนก็มีอะไรๆ ที่ Pet Friendly มากขึ้น ไม่ว่าจะห้าง ร้านอาหาร คาเฟ่ โรงแรม คอนโด มีบริการใหม่แบบที่ไม่คิดว่าจะได้เห็นอย่าง Pet Taxi, ตัดเสื้อผ้าแบบ Bespoke คือเริ่มสัมผัสได้ว่า บ้านเมืองเราเห็นความสำคัญของชีวิตน้อยๆ อันเป็นที่รักยิ่งของ Pet Parents มากขึ้นทุกวัน
แต่แม้ผมจะรักของผมสักแค่ไหน.. ผมก็เคารพคนที่ยังรู้สึกตะขิดตะขวงใจเวลาสัตว์เลี้ยงเข้าไปอยู่ร่วมสถานที่กับคุณเหมือนกันครับ ส่วนตัวผมนะ ผมก็ไม่ได้ต้องการให้ทุกคนต้อนรับสัตว์เลี้ยงแบบไม่มีเงื่อนไข ถ้าสถานที่ไหนมีกฎระเบียบที่อนุญาตให้พาเข้าได้ผมพร้อมที่จะดูแลให้ดี ทำตามระเบียบนั้น เก็บเข้ากระเป๋า นั่งรถเข็น เพราะชีวิตของพ่อแม่หมา การที่เราได้ใช้ชีวิตร่วมกันกับลูกสี่ขา ก็มีช่วงเวลาที่คุณค่าไม่ต่างกับพ่อแม่ที่มีลูกน้อยเป็นคนเหมือนกัน แถมเวลาล้ำค่าของพวกเรานี้ มีช่วงขวบปีที่น้อยกว่าลูกคนนัก 🥲 เราก็เลยอยากใช้เวลาเท่าที่มีให้มีค่ามากๆ พาไปทุกที่ที่ไปได้
ฝันเล็กๆ อันใหม่ของผมในปีนี้ ก็เลยเป็นการใช้ชีวิตในเมืองที่คนกับสัตว์เลี้ยงอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข เคารพซึ่งกันและกัน ให้เกียรติซึ่งกันและกัน ก็หวังว่ามันจะเป็นอย่างนั้นได้ในวันนึงครับ ในวันนี้ก็หาความสุขจากเท่าที่มีไปก่อน อย่างร้านนี้ KO-YA นี้ Pet Friendly 100% นั่งข้างๆ ได้ กินข้าวด้วยกันได้ (แต่แยกของคนกับหมาชัดเจนนะครับ ซึ่งผมก็สนับสนุน) มีสนามให้น้องเดิน มีห้องน้ำให้น้องเข้า ถ้าน้องเห่าก็มีพาเข้าห้องส่วนตัวได้ นี่ก็เลยเป็นอีกวันที่ผมมีความสุขในหัวใจ และขอแบ่งปันความสุขนี้แก่พ่อแม่หมาทุกคนเหมือนกันครับ 😊
ปล. ใครมีร้าน หรือบริการ Pet Friendly ดีๆ ที่ตั้งใจทำสำหรับพ่อแม่หมา ผมยินดีเป็นสื่อให้นะครับ แนะนำมาได้เลยครับ








