บ้านสำหรับคนรุ่นใหม่คืออะไร?
วันก่อนผมได้เข้าร่วมอยู่ในวงสนทนาเล็กๆ ของคนวัย 25-35 ปี ที่มาแลกเปลี่ยนพูดคุยกันเรื่องการมีบ้านครับ วงนี้ทุกคนมาแบบ “เปิดใจ” ไม่ตัดสินกันและกัน จึงเป็นเซฟโซนที่ทุกคนพรั่งพรูเรื่องทุกอย่างออกมาหมด แม้แต่สิ่งที่เค้าอาจจะไม่เคยพูดให้คนใกล้ตัวได้ฟังมาก่อน..
หลายอย่างก็ตรงเข้าไปในใจผมเลย ขอเก็บข้อคิดบางส่วนมาแชร์ให้อ่านกันครับ
1. “บ้านไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย”
หลายคนนึกถึงผู้คนที่เคยอาศัยอยู่ด้วยกัน บ้างก็นึกถึงอากาศอันอบอุ่น ให้ความรู้สึกเป็นสถานที่ที่ปลอดภัย เป็นเซฟโซน เป็นที่พักใจ และบางครั้งก็เป็น Powerbank ด้วยเช่นกัน
ภาพของบ้านจึงไม่ใช่แค่พื้นที่ แต่มันรวมทุกสิ่งที่มีความหมายต่อใจอยู่ในนั้น
2. “บ้านที่เราเติบโตมาอาจจะไม่ใช่ บ้าน ที่แท้จริงสำหรับเรา”
บางคนอาจจะเติบโตมาในครอบครัวใหญ่ที่อบอุ่น แม้อาจจะไม่ได้เป็นวันที่สุขสงบในทุกวัน แต่บรรยากาศของผู้คนในนั้นยังตราตรึงใจเสมอ สำหรับบางคน บ้านที่เติบโตมาอาจจะไม่ได้ทำให้อยู่ได้อย่างสบายใจ บางทีก็เป็นสภาวะที่ Toxic ต่อชีวิต จนแม้แต่ห้องของตัวเองก็ยังไม่ใช่เซฟโซน
บ้านที่เค้า “ได้เลือกเอง” เมื่อถึงเวลาอันสมควรนั่นถึงจะเป็น “บ้านที่แท้จริง”
3.“การมีบ้านสร้างความภาคภูมิใจ และทำให้เติบโตขึ้นได้จริงๆ”
ทุกวันนี้ผมได้เห็นเทรนด์ที่เปลี่ยนแปลงไปบ้าง หลายคนไม่อยากซื้อบ้าน หรือบางทีก็มองว่าบ้านเป็นภาระ สำหรับวงนี้หลายคนก็ต่อสู้เพื่อมีบ้านเช่นกันครับ แม้ไม่ได้มีต้นทุนที่ดีมาจากไหน แต่พอเมื่อมีบ้านที่เป็นของตัวเองจริงๆ แล้วก็รู้สึกว่า ความพยายามนั้นคุ้มค่า และทำให้ได้เติบโตขึ้นไปอีกขั้น
ได้พบกับมุมมองใหม่ๆ ที่ถ้าไม่ซื้อบ้านก็ไม่มีวันรู้เลย
4. “บ้านที่เป็นของเราเอง จะเป็นพื้นที่ปลอดภัยของหัวใจ”
ผมได้ยินหลายคนพูดถึงปัญหาชีวิตของตัวเองที่บางครั้งก็เกิดขึ้นภายในบ้านหลังเก่า จนทำให้บรรยากาศนั้นเปลี่ยนไปไม่น่าอยู่เหมือนเดิม แต่ก็เป็น “บ้าน” นี่แหละ ที่เป็นสถานที่คลายปัญหา บางคนเมื่อมีบ้านเป็นของตัวเองก็ได้รอยยิ้มกลับมาอีกครั้ง
บ้านจึงเป็นพื้นที่โอบรับความหลากหลาย ไม่เกี่ยงชีวิต หรือสายพันธุ์ใดๆ เป็นที่ที่ทำให้เราได้อยู่กับคนที่เรารัก ได้เป็นตัวของตัวเองอย่างที่สุดโดยไม่ต้องพยายามทำตามความคาดหวังของคนอื่น
ผมสังเกตว่า “บ้าน” ในความหมายที่เพื่อนๆ พูดถึงกันในวงไข่แดง อาจไม่ใช่บ้านที่เกิดและเติบโตมา ไม่ใช่บ้านที่อยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ของใคร แต่เป็นบ้านซึ่งเขาได้เป็นเจ้าของพื้นที่อย่างแท้จริง และดูเหมือนว่าบ้านที่เรามีสิทธิ์มีเสียงได้ 100% ก็จะเป็นพื้นที่ปลอดภัยได้เต็มที่ของเราเช่นกันครับ
ผมเองก็เพิ่งซื้อ “บ้านหลังแรก” ของตัวเองเมื่อไม่นานมานี้ และก็พบว่าความสุขสงบของหัวใจเกิดขึ้นได้ง่ายๆ แบบที่บางครั้งไม่ต้องพยายามทำอะไรเลย
✌🏻 วง RoundShare นี้ผมได้ทั้งความอิ่มเอมใจ และได้ค้นพบว่าการมีบ้านเป็นของตัวเองก็ทำให้ชีวิตมีจุดหมาย มีคุณค่า และมีความสุขมากกว่าที่คิดเหมือนกันครับ
ถึงแม้บางครั้งบางคนอาจรู้สึกว่าชีวิตเรานั้นเจอแต่ปัญหาและความทุกข์ใจ แต่ในความเป็นจริงแล้วเราไม่ได้เจอสิ่งนี้แค่คนเดียว ยังมีอีกมากมายหลายคนที่กำลังสู้อยู่เหมือนกัน ดังนั้นปัญหาที่เข้ามามันก็คือปกติของชีวิตนั่นเองครับ ไม่ว่าเราจะต้องเผชิญกับความท้าทายอะไร อย่างน้อยถ้าเรามีบ้านที่เป็นที่พักของหัวใจ จะพบเจออะไรเราก็คงผ่านมันไปได้สักวันครับ
ผมขอขอบคุณทางแสนสิริที่ชวนไปร่วมเป็นวงไข่ขาว นั่งล้อมฟังผู้เข้าร่วมงานที่เป็นเหมือนวงไข่แดงด้านใน รวมถึง “อณาสิริ” ตัวแทนแบรนด์บ้านหลังแรกของคนรุ่นใหม่ ที่แสนสิริออกแบบมาโดยเอาชีวิตของผู้คนที่ต่างแสวงหาบ้านหลังแรกเป็นที่ตั้ง
เป็นบ้านที่มีแนวคิดง่ายๆ ว่า “Feel Just Right”
หรือความพอดีที่ลงตัว
เป็นบ้านที่เปรียบเสมือนผืนผ้าใบว่างเปล่าที่ให้เราสามารถขีดเขียนออกแบบชีวิตลงไปได้อย่างพอดิบพอดี ไม่มาก ไม่น้อยไป เป็นความพอดีที่เกิดจากความรู้ใจตัวเอง
- ไม่ว่าเราอยากจะอยู่กันแค่ 2 คน หรือมีสัตว์เลี้ยงเป็นลูกน้อยกลอยใจ
- ไม่ว่าเราอยากจะมีบ้านที่อยู่สบายในพื้นที่แบบเปิดโล่งเชื่อมโยงเข้าหากัน
- ไม่ว่าเราอยากจะมีพื้นทำกิจกรรมส่วนตัวที่เราชื่นชอบ
- ไม่ว่าเราอยากจะมีพื้นที่เผื่อในอนาคตที่ยืดหยุ่นปรับเปลี่ยนได้
ไม่ว่าความต้องการไหนผมก็คิดว่าบ้านที่เข้าใจ และออกแบบมาอย่างพอดี จะช่วยรองรับความต้องการในชีวิตของเราได้ครับ และเหนือสิ่งอื่นใด การอยู่ในสังคมที่มีแต่เพื่อนบ้านที่ดี ไม่สร้างปัญหา เป็นสังคมคุณภาพ ก็น่าจะเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการเช่นกัน
แล้วบ้านสำหรับคุณคืออะไรครับ?


Clubhouse ที่ อณาสิริ พระราม 5 – สิรินทร ทำออกมาได้น่ารักเชียว

“อณาสิริ” บ้านหลังแรกที่แสนสิริออกแบบมาเพื่อคนรุ่นใหม่ หน้าตาอบอุ่นดีนะครับ ใครที่สนใจลองดูเรื่องราวของอณาสิริเพิ่มเติมได้ที่ https://siri.ly/X0uJki2


เวลาผมไปดูบ้านตัวอย่าง หลังไหนจินตนาการเห็นชีวิตตัวเองก็หลังนั้นแหละครับ







