คอนโดญี่ปุ่นอยู่ร่วมกับแผ่นดินไหวอย่างไร

คอนโดญี่ปุ่นอยู่ร่วมกับแผ่นดินไหวอย่างไร

คอนโดญี่ปุ่นอยู่ร่วมกับแผ่นดินไหวอย่างไร? โพสต์นี้จะเป็นข้อมูลยาวววเลย ใครอยากใช้เวลาอ่านขอเชิญครับเหตุการณ์ในวันนี้เชื่อว่าคนไทยหลายคนคงไม่คิดว่าจะได้พบกับตัวเองสักครั้งในชีวิต ณ ประเทศบ้านเกิดของเรา ตอนเกิดแผ่นดินไหวเมื่อประมาณบ่ายโมงกว่าๆ ผมคิดว่าฝันไปที่เห็นของในบ้านเขย่าไปมา พอตั้งสติได้จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งวันก็พลอยทำให้นึกถึงตอนได้ไปดูคอนโดที่ญี่ปุ่นกับทาง AP และ Mitsubishi Estate แล้วสงสัยว่าคนญี่ปุ่นกับการต้องอยู่ในประเทศที่พร้อมพบกับภัยพิบัติทางธรรมชาติอยู่เสมอ เค้าสร้างคอนโด สร้างบ้านกันอย่างไร?

​ที่ญี่ปุ่นมีมาตรฐานการก่อสร้างอาคารที่เรียกว่า 建築基準法 – Kenchiku Kijunhō ที่กำหนดให้อาคารต้องปลอดภัยเพื่อรักษาชีวิตของผู้อยู่อาศัยรวมถึงปกป้องทรัพย์สินภายในอาคาร ซึ่งจะมีหลักเกณฑ์ควบคุมเอาไว้อย่างเข้มงวด และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องตามประสบการณ์จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครับ แน่นอนครับว่ามาตรฐานนี้เกิดขึ้นเพราะแผ่นดินไหวโดยตรง เพื่อความเข้าใจก็ต้องพูดถึงระดับสเกลความรุนแรงที่ญี่ปุ่นกำหนดไว้เสียก่อน ซึ่งจะแตกต่างจากที่เราคุ้นเคยกันเพราะเค้าใช้ระดับความสั่น (Shindo) เป็นตัววัดกำหนดโดยหน่วยงาน JMA (Japan Meteorological Agency) มีทั้งหมด 10 ระดับ ได้แก่

​0 (ศูนย์) ไม่รู้สึกถึงแรงสั่นเลย

1 (อิจิ) คนในอาคารบางคนอาจรู้สึกเล็กน้อย

2 (นิ) หลายคนในอาคารรู้สึกได้เล็กน้อย

3 (ซัง) รู้สึกชัดเจน, ของเบาอาจขยับ

4 (ยง) คนทั่วไปตกใจ, โคมไฟสั่น, ของในบ้านสั่น

5- (โกะเคะ) คนยืนไม่มั่นคง, ของตก, อาคารเริ่มเสียหายเล็กน้อย

5+ (โกะโจ) เฟอร์นิเจอร์ล้ม, ผนังร้าว

6- (โรคุเคะ) ยืนแทบไม่ได้, อาคารเริ่มพังบางส่วน

6+ (โรคุโจ) อาคารเสียหายหนัก, ไม่สามารถเดินได้

7 (นานะ) อาคารพังทลาย, เกิดภัยพิบัติรุนแรง

ถ้าให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ Shindo 0-4 ยังถือว่าเป็นระดับเบาไม่มีความเสียหายรุนแรง แต่ถ้า Shindo 5- ถึง 7 จะเป็นระดับรุนแรงถึงรุนแรงมาก และเริ่มมีอันตรายถึงชีวิตได้ ซึ่งค่า Shindo นี้จะวัดตามผลกระทบที่จุดใดจุดหนึ่ง ดังนั้นจึงเป็นคนละความหมายกับ Magnitude นะครับ ยกตัวอย่างเช่น แผ่นดินไหวขนาด 7.0 บางพื้นที่อาจรู้สึก Shindo 3 แต่บริเวณใกล้ศูนย์กลางอาจไปถึง Shindo 6+ ก็ได้

การพัฒนามาตรฐานอาคารที่เกี่ยวข้องกับแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่นมีการพัฒนาเรื่อยมาหลายยุคสมัยครับ

  • ยุคแรกคือช่วงก่อนปี 1981 จะเป็นมาตรฐานเก่าซึ่งยังไม่มีการคำนวณแผ่นดินไหวในระดับแรงมาก มีจุดประสงค์หลักคือต้านแรงลมและแรงสั่นระดับเล็ก ซึ่งจะมีความเสี่ยงสูงมากหากเกิดแผ่นดินไหวใหญ่ในระดับ Shindo 6 ขึ้นไป โดยอาคารอาจเสียหายรุนแรงหรือพังลงมา
  • ต่อมาในปี 1981 ก็ได้มีการปรับปรุงเซ็ต New Standard ที่รองรับแผ่นดินไหนรุนแรงระดับ Shindo 6-7 ได้ โดยอาคารต้อง “ไม่ถล่ม” เพื่อให้คนสามารถหลบภัยหรือหนีออกมาได้ และถ้าหากเสียหายจะเป็นระดับที่ซ่อมได้ ไม่ถึงขั้นพังทั้งหมด ถือเป็นความปลอดภัยสูงขึ้น แต่ในขณะนั้นยังไม่มีเทคโนโลยีลดแรงสั่นสะเทือน
  • หลังเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่โกเบปี 1995 หนึ่งในแผ่นดินไหวที่รุนแรงที่สุดของญี่ปุ่นยุคใหม่ ที่ท้าทายมาตรฐานเดิมเพราะอาคารเหล่านั้นเสียหายไปจนถึงพังทลายด้วยระดับความรุนแรงถึง Shindo 7 จนทำให้ญี่ปุ่นปรับตัวอีกครั้งโดยเน้น “ความเหนียวของโครงสร้าง (ductility)” และ “การยืดหยุ่นฐานราก (base isolation)” ซึ่งเป็นการยกระดับความปลอดภัยไปอีกขั้น
  • ล่าสุดคือในปี 2000 เป็นต้นมาเรียกว่าเป็นการยกระดับ Enhanced Seismic Standard ไปอีกขั้น โดยเน้นฐานราก และการคำนวณแรงสั่นทั้งแนวดิ่งและแนวนอน เริ่มมีการนำระบบ Seismic Isolation มาใช้ หรือก็คือระบบโครงสร้างอาคารที่แยกตัวอาคารออกจากแรงสั่นสะเทือนของพื้นดิน ทำให้อาคาร “ไม่สั่น” หรือ “สั่นน้อยมาก” แม้จะเกิดแผ่นดินไหวรุนแรง โดยใช้เทคนิคการออกแบบฐานอาคารให้แยกตัวจากพื้นดิน ซึ่งจะมีวัสดุพิเศษเพื่อ “ดูดซับ” หรือ “ชะลอ” แรงสั่นสะเทือนที่มาพื้นดิน ทำให้แม้ตัวฐานจะสั่นไหว แต่โครงสร้างด้านบนจะไม่สั่นตาม

​มาตรฐานใหม่ที่ใช้ตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมานี่แหละครับคือความปลอดภัยสูงสุดสำหรับคอนโดใหม่ในญี่ปุ่นปัจจุบัน ซึ่งรองรับแผ่นดินไหวระดับ Shindo 6+ ได้ดี อาคารจะไม่เสียหายมาก แถมคนอยู่ในอาคารก็อาจแทบไม่รู้สึกถึงความสั่นเลย มาตรฐานการก่อสร้างเพื่อรองรับแผ่นดินไหวนี้นอกจากคอนโดแล้วบ้านก็มีด้วยนะครับ มีดีเทลต่างกันเล็กน้อย โดยบ้านจะมีระดับความทนทานต่อแผ่นดินไหวอยู่ 3 ระดับ ระดับ 1 จะรองรับเหมือนกับมาตรฐาน Kenchiku Kijunhō ปี 1981 ซึ่งเป็นขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนด และระดับที่ 3 จะแข็งแรงที่สุด หรือดีกว่าระดับ 1 ประมาณ 1.5 เท่าครับ

​คอนโดที่ผมเคยได้เข้าไปชมนี้มีชื่อว่า The Parkhouse Nishi-Shinjuku Tower 60 เป็นหนึ่งในคอนโดที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น (เมื่อตอนเปิดตัว) ด้วยความสูงกว่า 60 ชั้น หรือ 209 ม. มีทั้งหมด 953 ยูนิต การออกแบบอาคารถือว่าเรียบง่ายตามสไตล์ญี่ปุ่น พื้นที่ส่วนกลางก็ไม่ได้มีอะไรหวือหวาแต่จะเน้นการอยู่ร่วมกันของคนทุกวัย เน้นเรื่องวัสดุธรรมชาติ แต่สิ่งที่ผมประทับใจที่สุดนั่นก็คือการออกแบบเพื่อเวลาฉุกเฉินซึ่งผมไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน อยากให้ทุกคนลองดูรูปในโถงทางเดินจะสังเกตุเห็นกระจกที่กั้นอยู่ด้านบนวางตั้งฉากลงมาจากเพดาน ผมเห็นครั้งแรกก็สงสัยว่ามันคืออะไรมีใครตอบได้มั้ยครับ…

​มันทำหน้าที่เป็นตัวช่วยกั้นควันเวลาเกิดไฟไหม้ภายในคอนโดครับ! และแน่นอนว่าอาคารนี้มีระบบ Seismic Isolation Structure ที่ช่วยแยกตัวอาคารออกจากแรงสั่นในพื้นดินด้วย

​เรียกว่าเป็นการออกแบบที่คิดเผื่อการเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดที่รอบคอบด้วยความปลอดภัยสูงสุด และเป็นดีเทลที่ใส่ใจชีวิตคนอยู่อาศัยมาก และยังไม่นับความละเอียดอ่อนในการคิดถึงทุกพื้นที่ที่ให้คนสามารถมาใช้งานได้ทุกเพศ ทุกวัย โดยไม่มีอุปสรรคทางร่างกายเป็นกำแพงขวางกั้นอย่างน่าชื่นชม

​กลับมาพูดถึงเหตุการณ์แผ่นดินไหวในบ้านเราในวันนี้ครับ ผมเชื่อว่าไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดหรอก แต่ถ้ามันเกิดขึ้นมาแล้ว เราคงทำอะไรไม่ได้ดีไปกว่าเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับมันครับ ผมเชื่อว่าหลายคนยังจำเป็นต้องอาศัยอยู่ในคอนโด โดยเฉพาะความสะดวกเรื่องการทำงาน การใช้ชีวิต เพราะบ้านอาจจะไม่ได้ตอบโจทย์ได้ทุกคน แต่สปอตไลท์ที่ส่องถึงในคอนโดในวันนี้อาจจะเปลี่ยนไปบ้าง จากที่เคยสนใจว่าคอนโดสวยไหม มี Facilities อะไร ก็กลับมาโฟกัสถึงสิ่งที่เป็น Core หลักอย่าง “ความมั่นคงแข็งแรง” ซึ่งทุกคนอาจจะหลงลืมไปแล้ว ความปลอดภัยของโครงการที่จะพัฒนาต่อไปภายหน้านี้จึงเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน ทั้งผู้พัฒนาโครงการ และหน่วยงานกำกับดูแลที่จะต้องเข้มงวด หรือปรับปรุงมาตรฐานใดๆ เพื่อให้คอนโดเป็นเหมือนบ้านที่ปลอดภัยให้เราได้อยู่อย่างสบายใจไปอีกนาน

นี่คือทางเข้า เรียบง่าย ไม่ได้กว้างใหญ่โตอลังการเหมือนที่เมืองไทย แต่สังเกตที่พื้นเห็น Braille Block กันไหมครับ ช่วยสำหรับผู้ที่พิการทางสายตาให้ใช้เดินทางได้สะดวกตั้งแต่หน้าโครงการเลย

ภายในล็อบบี้สูงโปร่งมาก ตกแต่งได้เรียบง่าย เน้นวัสดุธรรมชาติ

ด้านในมีราวจับให้เดินได้สะดวก พื้นก็ไม่ลื่นด้วยครับ

ที่เห็นใสๆ ด้านบนนี่แหละครับคือแนวกันควันไฟไม่ให้ออกไปด้านนอกเยอะเกินไป

Tatami Room ที่ให้อารมณ์อบอุ่นเหมือนได้อยู่บ้าน

บริเวณด้านนอกนี้ก็ยังมีมุมอาบน้ำน้องหมาด้วย คิดเผื่อทุกชีวิต

ส่วนด้านล่างนี้เป็นที่เก็บจักรยาน สามารถลากขึ้นทางมุมซ้ายได้ครับ

สวนด้านนอกนี้ร่มรื่นมาก ได้ยินเสียงจั๊กจั่นสัญลักษณ์ของหน้าร้อนญี่ปุ่นที่บรรเลงกันชัดเจน เค้ามีจุดที่เรียกว่า Bird Bath เพื่อให้นกได้มาผ่อนคลายด้วยครับ